บริษัทผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีตมวลเบาเกรด 4 โดยเครื่องจักรส่วนใหญ่ที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีตมวลเบา
เป็นเทคโนโลยีของ WEHRHAHN จากประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นเครื่องจักรที่แพร่หลายและได้รับความนิยมจาก
ผู้ผลิตอิฐมวลเบาใน 48 ประเทศทั่วโลก นานกว่า 60 ปี ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์คอนกรีตมวลเบาของบริษัทมีคุณภาพสูง และเป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานสากล ณ ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้นำในการผลิตและจำหน่ายคอนกรีตมวลเบาเกรด 4 ซึ่งจัดว่าเป็นคอนกรีตมวลเบาที่มีคุณภาพสูงสุดในประเทศไทย

 

ผลิตภัณฑ์คอนกรีตมวลเบา ซุปเปอร์บล๊อก มีคุณสมบัติเด่นในด้านคุณภาพสินค้า ดังนี้

  1. การกันความร้อนและทนไฟไหม้ จากการทดสอบพบว่าผนังที่ทำจากคอนกรีตมวลเบา “ ซุปเปอร์บล๊อก” สามารถทนไฟได้นานถึง 4 ชั่วโมง และสามารถเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดีกว่าอิฐมอญถึง 6 เท่า
  2. การเก็บความเย็น ซึ่งจะช่วยลดอุณหภูมิและความร้อนภายในอาคารที่พักอาศัย รวมถึงส่งผลให้เกิดการ
    ประหยัดพลังงานในระยะยาว
  3. ความแข็งแกร่งและสามารถรองรับแรงอัดได้มากกว่าอิฐมอญ โดยมีกำลังแรงอัดได้ไม่น้อยกว่าประมาณ 50 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร หรือ บล๊อกก่อผนัง “ ซุปเปอร์บล๊อก” ขนาดมาตรฐาน 20x60x7.5 เซนติเมตร จะรับน้ำหนักได้ไม่น้อยกว่า 18 ตัน
  4. น้ำหนักของผลิตภัณฑ์ที่เบาเพียง 90 กิโลกรัมต่อตารางเมตร รวมฉาบ 2 ด้านนั้น เบากว่าผนังก่อด้วยอิฐมอญ
    ถึง 2 เท่า ดังนั้นช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐาน (Foundation) และโครงสร้างตึก (Structure)
  5. ขนาดมาตรฐานแน่นอนของผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้ใช้งานได้ง่าย โดยฉาบได้ง่าย และรวดเร็วขึ้นรวมถึงไม่มีปัญหา
    จากการแตกร้าวของปูนฉาบ รวมทั้งลดปริมาณปูนฉาบ
  6. เลื่อยตัดแต่งได้ง่าย ก่อได้เร็วกว่าอิฐมอญ 3 เท่า
  7. การเก็บเสียงสามารถเก็บเสียงได้ดีกว่าอิฐมอญและปราศจากเสียงก้อง

นอกจากการให้ความสำคัญต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว บริษัทยังได้ให้ความสำคัญต่อการให้บริการเพื่อให้ลูกค้า เกิดความพึงพอใจในด้านต่างๆ โดยรายละเอียดมีดังนี้

  1. ลูกค้าสามารถสั่งผลิตภัณฑ์ตามความต้องการได้ ตามขนาด กว้าง ยาว และหนาได้ (Made to Order) เนื่องจากบริษัทมีความยืดหยุ่นในการผลิตสินค้า และสามารถปรับเปลี่ยนแผนการผลิตได้
  2. บริษัทให้ความสำคัญในการจัดส่งสินค้าให้รวดเร็วและตรงต่อเวลาเพื่อให้ลูกค้าสามารถวางแผนงานของ
    ลูกค้าในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. บริษัทให้ความสำคัญต่อการบริการหลังการขาย โดยบริษัทมีช่างเทคนิคเข้าไปที่ตั้งโครงการของลูกค้า
    เพื่อให้คำปรึกษาต่อลูกค้าในเรื่องต่างๆ อาทิ การใช้ผลิตภัณฑ์ การติดตั้ง และวิธีการฉาบผนัง